www.marketinganalytics.in.th

การสร้างธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนก็ตามแต่ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การสร้าง Identity Structure หรือ เอกลักษณ์ขององค์กรนั่นเอง ยิ่งเป็นบริษัทใหม่แล้ว การพัฒนาสินค้าหรือบริการภายใต้แบรนด์ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เพราะ Identity Structure ดังกล่าว มีส่วนสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการเติบโตของแบรนด์ในอนาคต

Identity

หรือเอกลักษณ์ที่ว่านี้ไม่ใช่เพียงแค่โลโก้ที่ติดอยู่บนสินค้าหรือบนเสื้อพนักงานเท่านั้น นะครับ Identity ที่ดี และสมบูรณ์สามารถมีอิทธิพลทั้งต่อการพัฒนาโครงสร้างการจัดการ และการบริหารภายในองค์กร รวมถึงการเลือกเฟ้น บุคคลากรที่เหมาะกับเนื้องานเลยทีเดียว ที่สำคัญที่สุด มันทำหน้าที่เสริมสร้างความทรงจำที่ดีระหว่างแบรนด์ของคุณกับผู้บริโภค

www.marketinganalytics.in.th

จากหนังสือ The New Guide to Identity, The Design Council ที่เขียนโดย Olins, W เมื่อปี 1995 กล่าวไว้ว่า

Identity Structure นั้นมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ

1. Monolithic Identity ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูนะครับ แต่ Identity Structure ลักษณะแรกนี้ หมายถึง การสร้างชื่อหรือแบรนด์เนมของสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์หรือโลโก้เพียงรูปแบบเดียว เหมาะกับสินค้าหรือบริการที่กลุ่มเป้าหมายที่มีไลฟ์สไตล์แบบเดียวกันหรือในทิศทางเดียวกัน แม้ว่าธุรกิจจะนำเสนอสินค้าหรือบริการที่หลากหลาย แต่ในความรู้สึกของผู้บริโภคที่เป็น Emotional Connections นั้น พวกเขามีความรู้สึกในการบริโภคเป็นแบบเดียว

2. Endorsed Identity โครงสร้างลักษณะที่สองนี้เป็นโครงสร้างของ Identity ที่ใช้แบรนด์เนมของบริษัทแม่มาเป็นตัวผลักดันเสริมสร้าง (Endorsement) ให้กับแบรนด์ลูก (Sub-brand) ที่แตกยอดออกมาให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือ การนำ Corporate Brand ไปติดอยู่กับ Sub Brand ด้วย

3. Branded-Based Identity เป็นโครงสร้างของบริษัทที่ผลิตสินค้าหรือบริการหลายรูปแบบ มีแบรนด์มากมายภายในองค์กร แต่ละแบรนด์มีกลุ่มเป้าหมายที่ไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน ดังนั้น Sub Brand แต่ละตัวจะต้องมีเอกลักษณ์อย่างเด่นชัด

Identity Structure (โครงสร้างแบรนด์) เป็นหัวข้อสำคัญอันหนึ่งสำหรับองค์กรที่มีรูปแบบสินค้าหรือบริการที่หลากหลาย การกำหนดทิศทางของแบรนด์เป็นสิ่งที่ผู้บริหารจะมองข้ามไม่ได้ เพราะถ้าคุณเลือกรูปแบบโครงสร้างแบรนด์ที่ไม่เหมาะสม มันอาจส่งผลให้ภาพลักษณ์ทั้งหมดเขวไปได้ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เราต้องหมั่นตรวจสอบกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจว่า เขามีรูปแบบไลฟ์สไตล์เป็นอย่างไร รวมไปถึงพฤติกรรมการบริโภคสินค้าและบริการที่หลากหลายนั้น มีความเหมือนหรือแตกต่างกันตรงไหน เพราะนั่นจะเป็นจุดแรกในการตัดสินใจว่าเราควรเลือกรูปแบบ Identity Structure ใดมาใช้ ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีข้อด้อยและข้อดีที่แตกต่างกัน

อันที่จริงแล้วในหนึ่งองค์กรอาจจะมีรูปแบบการใช้ Identity Structure มากกว่าหนึ่งแบบ ซึ่งก็ไม่ถือว่าผิดอะไร แต่ต้องมั่นใจว่ามีความชัดเจนในการใช้งาน Structure แต่ละแบบด้วย

สมัครบริการ “การตลาดออนไลน์”

ติดต่อเราวันนี้

รับส่วนลดพิเศษทันที !!