เริ่มสังเกตและใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน

การอยู่กับปัจจุบันคือเคล็ดลับการมีความสุข ถ้าคุณมัวแต่คิดเรื่องอดีต คุณก็จะไม่ไปไหน ถ้าคุณกังวลแต่เรื่องอนาคต คุณก็จะลืมมองปัจจุบันไป อย่าลืมว่าทุกอย่างเริ่มต้นจาก “วันนี้” ไม่ใช่ “เมื่อวาน” หรือ “พรุ่งนี้

พัฒนาสติของตัวเอง

เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงทีละน้อย  คุณอาจจะอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณให้ได้เร็วๆ เพื่อที่คุณจะได้อยู่กับปัจจุบันได้ แต่มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงแบบหักดิบจนเกินไป เราแนะนำให้คุณเริ่มต้นทีละนิด พอคุณเริ่มจะปรับตัวกับสิ่งใหม่ได้แล้ว คุณค่อยต่อยอดสิ่งอื่นๆ ต่อไป

  • ตัวอย่างเช่น แทนที่คุณจะพยายามนั่งสมาธิ 20 นาทีต่อวันภายในครั้งแรก ให้คุณเริ่มต้นแค่เพียง 3 นาทีก่อนก็ได้ แล้วค่อยเพิ่มระยะเวลาให้นานขึ้นทีละนิดในวันถัดๆ ไป
  • เวลาเดินไปทำงาน ให้คุณเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋า อย่าส่งข้อความหรือพูดคุยกับใครในโทรศัพท์ ถ้าหากไม่ใช่เรื่องฉุกเฉินจริงๆ

happy

สังเกตรายละเอียดต่างๆ ในกิจวัตรประจำวัน การเรียนรู้การอยู่กับปัจจุบันนั้นก็เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของคุณนั่นเอง ซึ่งคุณสามารถตั้งสมาธิให้อยู่กับกิจวัตรประจำวันของคุณได้ โดยการสังเกตรายละเอียดของสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่อย่างตั้งใจ ด้วยการโฟกัสไปที่รูปลักษณ์ เสียง กลิ่น และความรู้สึกจากสิ่งนั้น

ตัวอย่างเช่น ครั้งต่อไปที่คุณจะแปรงฟัน ให้คุณสังเกตกลิ่นของยาสีฟัน เสียงของแปรงสีฟันที่ถูกับฟัน และความรู้สึกเมื่อแปรงฟันอยู่

ดึงสติกลับมาเมื่อกำลังใจลอยไปถึงเรื่องอื่น เป็นเรื่องปกติที่คุณอาจจะมีใจลอยบ้าง แต่เพื่อการใช้ชีวิตให้อยู่กับปัจจุบันนั้น คุณต้องมีสมาธิกับเรื่องตรงหน้า เมื่อคุณรู้ตัวว่ากำลังใจลอยไปไกล พยายามดึงสติกลับมาให้อยู่กับปัจจุบันให้ได้ จำไว้ว่าบางทีคุณก็อาจจะไม่รู้ตัว เวลาที่สมาธิคุณหลุดไปอยู่กับเรื่องอื่น

อย่าโมโหที่ตัวเองใจลอย เพราะมันเป็นเรื่องปกติที่สมาธิของคุณจะหลุดไปบ้าง ให้คิดซะว่าความคิดคุณก็แค่ออกไปเที่ยวข้างนอกเพียงแป๊บเดียว ดังนั้น กลับมาโฟกัสที่เรื่องปัจจุบันจะดีกว่า

เลือกใช้เครื่องเตือนสติ มันอาจจะเป็นเรื่องยากที่คุณจะมีสติได้ในขณะที่ชีวิตคุณนั้นเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวาย แต่เครื่องเตือนสติอย่างกำไลข้อมือ รอยปากกาที่มือ หรือเหรียญที่อยู่ในรองเท้า สามารถช่วยคุณให้มีสมาธิกับเรื่องปัจจุบันได้ เมื่อคุณเห็นเครื่องเตือนสติพวกนั้น ให้คุณหยุดสักครู่แล้วสังเกตสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวคุณในช่วงขณะนั้น

  • คุณอาจจะใช้บางสิ่งบางอย่างเช่น การชงชา การส่องกระจก หรือไม่ก็การถอดรองเท้าหลังจากที่ทำงานเสร็จ ให้เป็นเครื่องเตือนสติของคุณก็ได้
  • ซึ่งไม่นานหลังจากนั้น คุณอาจจะเริ่มลืมสิ่งเหล่านี้ที่คุณใช้เตือนสติไป นั่นก็เพราะว่าคุณเคยชินกับมันไปซะแล้ว หากสิ่งนี้เกิดขึ้น ให้คุณเปลี่ยนเครื่องเตือนเป็นสิ่งอื่นแทน

ปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน  บางทีการที่คุณไม่สามารถอยู่กับปัจจุบันได้นั้นก็เพราะว่า คุณกำหนดกิจวัตรประจำวันของคุณให้เป็นตารางจนเกินไป วิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้คุณมีสติมากขึ้นนั้นก็คือ การปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน โดยคุณสามารถปรับเปลี่ยนสิ่งที่ง่ายๆ เช่นการเปลี่ยนเส้นทางที่คุณใช้ขับรถไปทำงาน แนะนำตัวคุณเองในแบบอื่นๆ บ้าง หรือไม่ก็ปรับแต่งเรื่องราวที่คุณชอบให้มีเนื้อหาแบบใหม่ ซึ่งการปรับเปลี่ยนเล็กๆ ในกิจวัตรประจำวันของคุณนั้น อาจจะเพียงพอที่จะทำให้คุณมีสมาธิกับสิ่งรอบๆ ตัวคุณมากขึ้น

เวลาเดิน พยายามใช้ทางเดินใหม่ๆ หรือไม่ก็ในช่วงเวลาก่อนนอน ให้คุณลองเพิ่มกิจกรรมใหม่ๆ เข้าไปด้วย


เรียนรู้การนั่งสมาธิ
 การนั่งสมาธินั้น เป็นวิธีที่ดีในการฝึกสมองของคุณให้โฟกัสไปที่ปัจจุบัน เพราะว่าในขณะที่คุณนั่งสมาธินั้น มันก็เป็นการฝึกสังเกตและเฝ้าดูความคิดของตัวคุณเองด้วย การนั่งสมาธินั้น ค่อนข้างใช้เวลาในการฝึก หากไม่มีคลาสสอนนั่งสมาธิใกล้บ้านคุณ คุณสามารถซื้อซีดีสอนนั่งสมาธิมาฝึกเองที่บ้านก็ได้

  • เพื่อการเริ่มต้นนั่งสมาธิ ให้คุณหาจุดที่เงียบและสบายในการใช้ฝึกนั่งสมาธิ คุณจะเลือกนั่งสมาธิบนเก้าอี้หรือบนเบาะที่วางกับพื้นก็ได้ จากนั้นหลับตาลงแล้วเพ่งไปที่ลมหายใจ ในขณะที่คุณกำลังโฟกัสลมหายใจอยู่ พยายามอย่าคิดฟุ้งซ่าน ขอแค่คุณปล่อยให้ความคิดผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเท่านั้นก็พอ
  • สังเกตสิ่งรอบๆ ตัวคุณโดยที่ไม่ลืมตาทั้งสองข้าง โฟกัสไปที่ความรู้สึกของตัวเอง ดูว่าคุณได้ยินอะไรบ้าง? กลิ่นมันเป็นแบบไหน? จับต้องได้ไหม? หรือเป็นเพียงแค่อารมณ์ความรู้สึก?
  • ตั้งเวลาเตือนในโทรศัพท์ คุณจะได้รู้ว่าต้องหยุดตอนไหน ซึ่งในครั้งแรกคุณอาจจะเริ่มต้นนั่งสัก 5 นาทีก่อน แล้วครั้งถัดไปก็เพิ่มระยะเวลาขึ้นเรื่อยๆ
  • บอกให้คนที่อยู่แถวๆ ตัวคุณรู้ว่า คุณกำลังจะนั่งสมาธิ และขอให้พวกเขาไม่รบกวนคุณ

         เมื่อสติคุณนิ่ง คุณอาจจะเริ่มมองเห็นตัวเองมากขึ้น

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมการตลาดออนไลน์

ติดต่อเราวันนี้