Personalized Marketing

คือ การนำเสนอสินค้าและบริการ โดยการทำการตลาดในยุค Digital Marketing  ยุคนี้ต้องนำเสนอให้ตรงจุดกับความต้องการผู้บริโภคแต่ละคนมากที่สุด โดยไม่ต้องไปเสียเวลาในการเสนอสินค้าชนิดเดียวกันให้กับทุกคน แต่จะเน้นการเจาะจงไปที่กลุ่มหรือบุคคลที่เหมาะกับสินค้าหรือบริการของเรามากที่สุด ซึ่งความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น และสินค้าสามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้จริงๆ

ในทางปฏิบัติการทำการตลาดด้วยวิธีนี้ก็ไม่ได้มีอะไรยาก โดยต้องเริ่มต้นจากการสร้างความปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งในการตลาดที่สามารถพบลูกค้าแบบตัวต่อตัวได้เช่น งานอีเว้นท์ต่างๆ  หรือการทำการตลาดออนไลน์ ข้อมูลการวิเคราะห์สถิติต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่เราสามารถรับรู้ถึงความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม เพื่อที่จะนำผลรวมที่ได้มาวิเคราะห์และค้นหาสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจากแบรนด์ของเรา และเมื่อได้ผลวิเคราะห์แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายในทางธุรกิจคือพยายามหาวิธีปรับแบรนด์สินค้าเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มให้มากที่สุด

สาเหตุที่ทำให้การตลาดต้องปรับปรุงการตลาดจากแบบ Mass Marketing มาเป็นแบบ Personalized Marketing นั้น มีปัจจัยอยู่หลายอย่าง เช่น

1.การผลิตสินค้าหรือบริการขึ้นมาแบบเดียวซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคหลายๆกลุ่มนั้นไม่ประสบความสำเร็จสำหรับในยุคปัจจุบันอีกต่อไป เนื่องจากผู้บริโภคแต่ละคนต่างต้องการแสวงหาสิ่งที่ตอบโจทย์กับความต้องการและเข้าถึงตัวเองให้ได้มากที่สุด

2.เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมากและเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สามารถที่จะเข้าถึงผู้บริโภครายบุคคลได้มากยิ่งขึ้น เช่น Facebook Ads , Google Ads ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการทำการตลาด สามารถส่งข้อมูลต่างๆผ่านทางผู้บริโภคได้โดยทางตรงและสามารถเลือกกลุ่มคนที่จะเข้าถึงได้อีกด้วย

3 สร้างความแตกต่างในคอนเทนท์ได้มากขึ้น สามารถสร้างความแตกต่างในการบริการได้มากกว่ากว่าคู่แข่ง ทำให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ที่ตรงความต้องการมากขึ้น

4 นักการตลาดสามารถเข้าถึงลูกค้า สามารถสนองตอบความต้องการลูกค้าได้ในทันที โดยมีเทคโนโลยี  Artificial Intelligence  ช่วยในการประมวลผล ในหลายๆ เครื่องมือการตลาดในปัจจุบันก็นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในระบบ เพื่อรวบรวม Big Data ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

5 การได้รับความนิยมของโมเดลธุรกิจแบบ Peer-to-Peer เป็นการทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ ซึ่งช่วยให้บุคคลหรือองค์กรสามารถสร้างรายได้จากสิ่งของหรือทรัพย์สินที่ตนมีมากเกินความจำเป็นหรือไม่ได้ใช้แล้ว (Excess Capacity) ผ่านการให้บริการบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน เพื่อเชื่อมต่อระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการในการเข้าถึงสินค้าหรือบริการ โดยผู้รับบริการจะอาศัยข้อมูลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นพื้นฐานที่ช่วยในการตัดสินใจ ตั้งแต่รถยนต์ ห้องพัก ไปจนถึงเสื้อผ้า ของมือสอง และกระเป๋าแบรนด์เนม ฯลฯ ในระดับกว้างขวาง ซึ่งทั้งหมดเป็นไปได้เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในเมืองไทยเราธุรกิจประเภทนี้เช่น Grab Taxi, Uber ฯ ต่างประเทศเช่น Airbnb เป็นต้น

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมการตลาดออนไลน์

ติดต่อเราวันนี้