โปรโมทแคมเปญ 

ช่องทางการโปรโมทและประชาสัมพันธ์แคมเปญ (Channel) เมื่อคุณมีการกำหนดงบประมาณด้านการตลาดออนไลน์เรียบร้อยแล้ว ลำดับต่อไปก็คือการจัดสรรงบประมาณลงในช่องทางต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้แคมเปญนั้น ๆ เป็นไปตามจุดประสงค์ที่ได้กำหนดเอาไว้

Owned Media คือ สื่อของเราเอง ไม่ว่าจะเป็น

เว็บไซต์ Website

แฟนเพจ Facebook

LINE@

Youtube Channel หรือ Instagram ที่เป็นของแบรนด์เราและอยู่ในการควบคุมของเรา เป็นต้น

ข้อดีของการมีสื่อของเราเอง คือสามารถควบคุมรูปแบบและค่าใช้จ่ายได้ สามารถวัดผลได้ด้วยตนเอง กำหนดงบประมาณในการโฆษณา หรือเรียกว่า Paid Media คือ สื่อและช่องทางการโปรโมทแบรนด์ ที่จะต้องจ่ายเงินเพื่อลงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เช่น โฆษณา Facebook , โฆษณา Google Ads ซึ่งแต่ละเครื่องมือก็จะมีแยกย่อยให้เราได้เลือกเพิ่มเติมอีก แล้วแต่การใช้งาน

หลังจากที่คุณได้โปรโมทแคมเปญตามช่องทางต่าง ๆ แล้ว ก็ถึงเวลาวัดผลแล้วว่า ช่องทางแต่ละช่องทางนั้น มีผลลัพธ์ออกมาคุ้มค่ากับทรัพยากรที่ลงทุนลงแรงไปหรือไม่

โดยถ้าเป้าหมายของนักการตลาดออนไลน์คือเพิ่มจำนวนรายชื่อกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ให้เพิ่มขึ้นจากเดิม 50% ดังนั้นให้สำรวจว่า ช่องทางใดได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่อย่าพึ่งชะล่าใจว่า รายชื่อกลุ่มเป้าหมายใหม่นั้น จะส่งผลให้ยอดขายของธุรกิจเพิ่มขึ้น 30% ได้จริงหรือไม่นั้น ก็อาจจะส่งเรื่องต่อให้กับทีมขาย ติดต่อไปยังรายชื่อเหล่านั้น แล้วเก็บสถิติว่า จากรายชื่อที่เพิ่มขึ้นมา 50% นั้น สามารถทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 30% ได้จริง ก็จะเป็นอันเสร็จขั้นตอนสมบูรณ์   สรุป แต่หากยอดขายไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ก็อาจจะต้องมาพิจารณากันต่อว่า ปัญหาเกิดจากจุดใด ซึ่งอาจเกิดได้หลายจุด

เช่น รายชื่อกลุ่มเป้าหมายใหม่นั้น ไม่ตรงกลุ่มจริง ๆ หมายถึง การทำการตลาดออนไลน์ อาจทำการสื่อสารที่ผิดพลาด จึงทำให้สารที่ส่งออกไปนั้น ไม่ตรงจุด หรืออาจเกิดจากทีมขาย ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถเทียบได้จากภายในทีมขายด้วยกันเอง เช่น

นักขายคนที่ 1 และ 2 สามารถปิดยอดขายได้เพิ่มขึ้น 30%

ส่วนนักขายคนที่ 3 และ 4  ปิดยอดขายได้ต่ำกว่า อันนี้ก็แสดงให้เห็นว่า รายชื่อที่ได้มานั้น ตรงกลุ่ม (ซึ่งหมายถึงนักการตลาดออนไลน์ทำงานได้ดี)

แต่ที่มีปัญหาก็คือ นักขายคนที่ 3 และ 4 แต่หากเป็นกรณีที่ นักขายตั้งแต่ 1-4 ไม่มีใครปิดยอดขายได้ถึง 30% เลย ปิดได้แค่เพียง 15% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดเอาไว้ถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาที่รายชื่อกลุ่มเป้าหมายไม่ตรงกลุ่ม จึงทำให้อัตราปิดการขายต่ำลงไปด้วย

ดังนั้น ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณย่อมรู้ดีว่าใครคือลูกค้าของคุณ ดังคำกล่าวจาก Tim Ferriss ผู้เขียนหนังสือ The 4-hour Workweek ได้กล่าวเอาไว้ว่า

 

“หากทุกคนคือลูกค้า จะไม่มีใครเป็นลูกค้าของคุณเลย”

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมการตลาดออนไลน์

ติดต่อเราวันนี้